Sunday, April 5, 2015

การประกวดออกแบบและตั้งชื่อ Mascot ของงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ๒๕๕๘” (Thailand Research Expo 2015)

        ด้วย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้กำหนดการจัดงาน "มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2558 (Thailand Research Expo 2015)" ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นเวทีระดับชาติ ด้านการส่งเสริมการวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายการวิจัยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคส่วนต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งการจัดงานมีองค์กรและหน่วยงานในระบบวิจัย ได้นำผลงานและกิจกรรมเข้าร่วมงานในหลากหลายรูปแบบและมีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากในทุกปี
            สำหรับปี 2558 วช. และเครือข่ายในระบบวิจัย ได้กำหนดจัดงานดังกล่าวขึ้น ระหว่างวันที่ 16-20 สิงหาคม 2558 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร โดยปีนี้ วช.กำหนดให้มี "โครงการประกวดออกแบบและตั้งชื่อ Mascot ของงาน "มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2558 (Thailand Research Expo 2015)" ขึ้น โดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับถ้วยรางวัล เงินรางวัล และเกียรติบัตร จึงขอเชิญชวนผู้สนใจส่งผลงานออกแบบให้ วช. ภายในวันที่ 3 เมษายน 2558

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ


       “ประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม จึงได้ชื่อว่าเป็นครัวโลก สำหรับการวิจัยนั้นมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพ จากแนวคิดดังกล่าวจึงนำมาสู่การสร้างสรรค์“เจ้ากล้า”ซึ่งมีลักษณะคล้ายสัตว์เลี้ยงร่วมกับพืช มีรูปกายสีเขียว ส่วนหัวมีใบยอดอ่อน สื่อถึงความสดใหม่ อวัยวะรับสัมผัสมีขนาดใหญ่ ทำให้รับสัมผัสได้ดี จึงช่างวิเคราะห์ ช่างสังเกตและฉลาด หัวใจที่ใบหน้าสื่อถึงความรักในงานวิจัยที่สร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ หูที่พับไปหนึ่งข้าง เปรียบดังการฟังหูไว้หู ซึ่งเป็นคุณสมบัติของนักวิจัยที่ดี เจ้ากล้ามีความน่ารัก อีกทั้งยังร่าเริงยิ้มแย้ม และเป็นมิตร”
ท่าไหว้
ท่าอธิบาย
ท่าผายมือขวา
ท่าสงบ
ท่ายืน
ท่าครุ่นคิด
ท่าส่งสายตา
ท่ามีความสุข
ท่าผายมือซ้าย

Saturday, April 4, 2015

ผลการประกวดการออกแบบภาพเคลื่อนไหวในหัวข้อ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

ผลการประกวดโครงการประกวดสื่อมัลติมีเดีย งานวันวิทยาการจัดการ ประจำปีการศึกษา 2558


ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 
1.นายดนุนัย พลศรี
2.นางสาวบุญยานุช วิชาชัย


ขอขอบคุณภาพจาก : https://www.facebook.com/artcru?fref=ts
      ขอขอบคุณอาจารย์ นรรชนภ ทาสุวรรณ และคณาจารย์สาขาวิชาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ทุกท่าน ที่เฟ้นหากิจกรรมดีๆเพื่อพัมนาทักษะเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ และช่วยชี้แนะแนวทางให้การดำเนินการสร้างสรรค์ผลงานให้บรรลุเป้าหมาย 


การประกวดการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย ภาพเคลื่อนไหว หัวข้อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

การออกแบบภาพเคลื่อนไหวในหัวข้อ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
         ด้วยหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ได้จัดโครงการแข่งขันประกวดสื่อมัลติมีเดีย ในวันพุธที่ 18 มีนาคม 2558 ณ อาคาร 9 ห้อง 923 โดยมีเป้าหมายเพื่อเน้นให้เด็กและเยาวชนได้เข้าใจถึงศิลปวัฒนธรรมไทย การดาเนินชีวิต วิถีชีวิตแบบไทย รวมถึงประเพณีที่สืบทอดต่อๆกันมา และเพื่อปลูกจิตสานึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความสาคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมเพื่อที่จะปกป้องและแก้ไขสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

       โครงการแข่งขันประกวดสื่อมัลติมีเดียเป็นการนาเสนอสื่อวีดิทัศน์แอนิเมชั่น และ Infographic เป็นวิธีการหนึ่งที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ในการนาเสนอข้อมูลต่างๆ ด้วยภาพและข้อความที่น่าสนใจ เพื่อช่วยให้ง่ายต่อการทาความเข้าใจข้อมูลเหล่านั้น และเป็นอีกชองทางหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดให้ผู้ชม เช่นนักเรียนและสถานศึกษา ตลอดจนผู้ปกครองเกิดการตื่นตัวกระตุ้นให้เกิดการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว อีกทั้งกลไกการประกวดสื่อนี้ยังเป็นเครื่องมือสรางแรงจูงใจให้เกิดการสร้างเนื้อหาที่ดีมีคุณภาพโดยเน้นการสอดแทรกแนวคิดด้านการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในรูปแบบที่น่าสนใจและเข้าใจได้ง่ายสาหรับประชาชนทั่วไป อีกทั้งเพื่อเป็นเวทีในการแสดงออกของนักเรียน นักศึกษาให้มีพื้นที่ในการนาเสนอผลงานสู่สาธารณชนอย่างเสรีและสามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันของตนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ชื่อเรื่อง “ไทยนี้ดีไฉน”

            เนื้อหา เล่าเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมหลักของประเทศไทย ผ่านตัวละครที่ ชื่อ ทองดี และ ทับทิม ในเรื่องภาษาไทย พุทธศาสนาที่เป็นศาสนาประจำชาติ การนับถือสถาบันพระมหากษัตริย์ ประเพณีไทย ศิลปกรรมไทย กิริยามารยาทแบบไทย และ อาหารไทย เป็นลำดับเพื่อปลุกจิตสำนึกให้เกิดความหวงแหนและรักวัฒนธรรมของชาติ

ลักษณะงาน : Motion Graphic รูปแบบ Flat Design
เวลา 4.40 นาที ประเภทไฟล์ MP4




บทโดย : ดนุนัย พลศรี

พากษ์ : ดนุนัย พลศรี เป็น ทองดี บุญญานุช วิชาชัย เป็น ทับทิม

บทพากษ์

Intro. Scene1

ทองดี “ไทยนี้ดีไฉน”

Scene 2

ทองดี “สวัสดีครับ ผมชื่อทองดี”
ทับทิม “สวัสดีค่ะหนูชื่อทับทิม พวกเราเป็นคนไทยและรักประเทศไทย”
ทองดี “ผมจะพาไปดูกันนะครับว่าเมืองไทยมีดีอะไรบ้าง”

Scene 3

ทองดี “ไทยเรามีภาษาไทย ตัวอักษรไทย ของเราไว้ใช้เอง ภาษาไทยมีความหมายที่ดี สละสลวย ไพเราะ ระรื่นหู ไม่เหมือนชาติใดในโลกครับ”
ทับทิม “เราควรใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ด้วยนะคะ”

Scene 4 

ทับทิม “ไทยมีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ คนไทยจึงมีจิตเมตตา เอื้ออารี มีคุณธรรมประจำใจ อีกทั้งยังมีวันสำคัญทางพุทธศาสนา ไว้เพื่อให้เราระลึกตระหนัก และเห็นความสำคัญของพุทธศาสนาค่ะ”

Scene 5

ทองดี “ประเทศไทยมีกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทรงทศพิธราชธรรม ผู้มากไปด้วยพระปรีชาสามารถ ให้อาณาประชาราษฏร์สุขสงบร่มเย็น ท่านทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา มหาราชที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย”

Scene 6

ทับทิม “เรามีประเพณี สงกรานต์ ซึ่งเป็นวันปีใหม่ของไทย เป็นวันครอบครัว ผู้คนจะเล่นสาดน้ำก่อเจดีย์ทราย สงน้ำพระ รดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ใหญ่ จัดเป็นประจำทุกวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปีค่ะ”

Scene 7

ทองดี “ผมชอบเทศกาลลอยกระทงครับ คนไทยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพกสิกรรม เติบโตมากับแหล่งน้ำ ใช้น้ำในการดำรงเลี้ยงชีพ การลอยกระทงเป็นการขอขมาพระแม่คงคา ให้ระลึกถึงคุณประโยชน์ของน้ำ ให้เราร่วมกันอนุรักษ์ครับ”

Scene 8

ทับทิม “เมืองไทยมีศิลปะมากมายหลายด้าน ทั้งสถาปัตยกรรม วัด บ้านเรือน ล้วนเป็นเอกลักษณ์ จิตรกรรมลายไทยอันวิจิตรงดงาม เครื่องปั้นดินเผา และอีกมากมายค่ะ”

Scene 9

ทองดี “อีกทั้งยังมีงานวรรณกรรม และ นาฏศิลป์ไทยที่อ่อนช้อยงดงาม เรื่องรามเกียรติ์ผมชอบมากๆเลยครับ เนื้อเรื่องสนุกสนาน โขนเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูง ที่เป็นศาสตร์เฉพาะตัวมากครับ”

Scene 10

ทับทิม “คนไทยเรามีกิริยามารยาทที่งดงาม อ่อนน้อมถ่อมตนค่ะ ให้ความเคารพผู้อาวุโส พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ เรามีการไหว้เป็นเอกลักษณ์ ของคนไทย เราทักทายและขอบคุณด้วยการไหว้ค่ะ

Scene 11

ทองดี “อาหารไทยใส่สมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณทางยา อาหารของเราอร่อยถูกปากมีรสชาติดีครับ มีเสน่ห์ให้เลือกมากมายหลากหลาย ขนมไทยเลื่องชื่อมากนัก สุดยอดไปเลยใช่ไหมครับ

Scene 12

ทับทิม “รู้อย่างนี้แล้ว รู้สึกรักประเทศของพวกเราไหมคะ”
ทองดี “เรามาร่วมกันอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ให้สืบทอดต่อไปกันนะครับ เพื่อลูกหลาน และเพื่อความเป็นเราครับ ไทยนี้ ดี ฉะนี้แล”




 
ทับทิม




































ทองดี




































ขั้นตอนการสร้างสรรค์

ส.การสืบค้น

1.สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ การทำนุศิลปวัฒนธรรม
ความเป็นมาของวัฒนธรรมไทย

ชาติไทยเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมอันดีงามแต่โบราณ โดยมีที่มาดังนี้

1. วัฒนธรรมไทยที่เรามีการปฏิบัติกันอยู่ ส่วนหนึ่งเป็นของคนรุ่นก่อนๆ หรือบรรพบุรุษของเราได้ถ่ายทอดมายัง อนุชนรุ่นหลัง

2. จากการที่เราได้ติดต่อกับชาติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ชนชาติที่มีอธิพลต่อวัฒนธรรมไทย คือมอญขอมอินเดีย จีน และชาติตะวันตก สำหรับมอญ และขอม 2 ชาตินี้รับอธิพลมาจากอินเดีย สิ่งใดมีประโยชน์ก็นำมาดัดแปลง เป็นวัฒนธรรมไทย

ลักษณะของวัฒนธรรมวัฒนธรรมไทยได้รับการพัฒนามาโดยลำดับ อันเนื่องมาจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมทางสังคม และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และความสามารถของสังคมไทย จึงก่อให้เกิดการสร้างสรรค์หล่อรวมกันเป็นวัฒนธรรมซึ่งลักษณะเฉพาะเป็นวัฒนธรรมที่มีลักษณะเด่นๆ หลายอย่างดังนี้

1. การมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ สังคมไทยรับเอาพระพุทธศาสนาเป็นที่นับถือของชาวไทย มาตั้งแต่ก่อนสุโขทัย คนไทยส่วนใหญ่ นับถือพระพุทธศาสนาถึง 95 % หลักคำสั่งสอนสำคัญของพุทธศาสนาที่ สำคัญคือ สอนให้ละเว้นความชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์วิถีชีวิตของคนไทยจะมีพุทธศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง เสมอ เช่น การบวช การแต่งงาน การทำบุญขึ้นบ้านใหม่

2. การมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สังคมไทยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขสืบทอดกันมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้จากการถวายความจงรักภักดีในวาระต่างๆ แสดงถึงความยึดมั่นในพระองค์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง

3. อักษรไทยและภาษาไทย สังคมไทยมีอักษรใช้มานานตั้งแต่สมัยสุโขทัยโดยได้รับอิทธิพลจากขอม และได้รับการพัฒนาโดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชัดเป็นเอกลักษณ์ที่น่าภูมิใจเพราะภาษาถือว่าเป็นอารยธรรมขั้นสูง

4. ประเพณีไทย เป็นสิ่งแสดงถึงวิถีชีวิตของคนไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งส่วนมากเกี่ยวข้องกับพระพุทธ ศาสนา อาจมีคติลัทธิศาสนาอื่นผสมอยู่ด้วย ซึ่งสืบเนื่องมาแต่โบราณ ประเพณีที่นำมาปฎิบัติกันเช่นประเพณีการบวช ประเพณีการแต่งงาน ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีลอยกระทง

5. วัฒนธรรมที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต อันได้แก่ปัจจัยสี่ คือเครื่องนุ่งหมที่อยู่อาศัย อาหาร

5.1 เครื่องนุ่งห่มและการแต่งกายของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย มีการรับวัฒนธรรมการแต่งกายชาวตะวันตกมาใช้มากขึ้น ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ส่วนการแต่กายของผู้ชายมักง่ายๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ส่วนผู้หญิงจะเป็นไปตามสมัยนิยม

5.2 ที่อยู่อาศัยเรือนไทยเหมาะกับสภาพธรรมชาติของสังคม มีลักษณะใต้ถุนสูงไม่มีห้องมากนักรับลมเย็นได้ทุกเวลา ป้องกันแดดฝนได้ดี ปัจจุบันมีคนนิยมปลูกเรือนไทยน้อยเพราะราคาสูง จึงสนใจบ้านแบบตะวันตกมากกว่า

5.3 อาหารไทยสมัยก่อนมีลักษณะต่าง ๆ เช่นน้ำพริก ปลาร้า ปลาส้ม แกงเลียง รับประทาน 3 มื้อ ปัจจุบันคนไทย มักแสวงหาอาหารแปลกๆ ชอบนำอาหารต่างชาติมาปรุงรับประทาน

5.4 คน ไทยยังนิยมการรักษาโรคภัยไข้เจ็บตามโบราณ ถ้าไม่ใช้ยาแผนโบราณก็จะไปซื้อยาที่ร้านค้าตามคำ แนะนำของคนใช้ยา ทำให้สุขภาพพลานามัยไม่ค่อยดี ปัจจุบันคนไทยนิยมรักษาโรคภัยไข้เจ็บตามสถาน พยาบาลมากขึ้น

6. ศิลปกรรมไทย เป็นวัฒนธรรมที่เกิดจากการเพียรพยายามของมนุษย์ ในการปรุงแต่งชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ทำสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยสวยงาม รวมทั้งเป็นอาหารใจด้วยวัฒนธรรมในดานศิลปกรรมมีดังนี้ 

วรรณกรรม เป็นศิลปการที่แสดงออกในรูปของต้วหนังสือ การแต่งความเป็นเรื่องราว ทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกทางอารมณ์แต่ก็แฝงไว้ด้วยคติเตือนใจ

ดนตรี เป็นศิลปเกี่ยวกับการบรรเลงให้เกิดเสียงไพเราะ สิ่งที่ใช้บรรเลง ดีด สี ตี เป่า อาจแยกเป็น วงปี่พาทย์วงเครื่องสาย มโหรี ส่วนดนตรีสากลเริ่มเข้ามามีอธิพลสมัยรัชกาลที่ 3 การบรรเลงแตรวงเริ่มสมัยรัชกาลที่ 4ดนตรีสากลที่เห็นชัดในปัจจุบัน เช่น แตรวง และโยธวาทิตเป็นต้น

จิตรกรรม เป็นศิลปะที่เกี่ยวกับการวาดเขียน ระบายสี ให้เกิดเป็นภาพ หรือลวดลายจิตกรรมไทยนิยมไม่มีการแรเงา เป็นภาพแบน ๆ ศิลปะคล้าย ๆ ของอินเดีย ลังกา ดังจะพบได้จากผนังโบสถ์ มักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา

ประติมากรรม เป็นงานสร้างสรรค์เกี่ยวกับการปั้น แกะสลัก หล่อ ทุบ ตี เคาะให้เกิด รูปร่าง ได้แก่พระพุทธรูป ปติมากรรมเพื่อการตกแต่ง ได้แก่ช่อฟ้า บัวปลายเสา 

สถาปัตยกรรม เป็นศิลปะการออกแบบก่อสร้าง เช่น ปราสาทราชวัง วัด โบสถ์ วิหาร

7. จรรยามารยาทและจิตใจของคนไทย คนไทยมีลักษณะสุภาพอ่อนน้อม ปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดีมีการแสดงความเคารพแตกต่างไปจากสังคมอื่นๆ เช่นการยิ้ม การทักทาย การไหว้การถวายความเคารพพระมหากษัตริย์ 

ด้านจิตใจ คนไทยได้รับอธิพลจากพระพุทธศาสนา ทำให้คนไทยมีความเอื้อเฟื้อเพื่อแผ่ มีความโอมอ้อมอารีต่อคนทั่วไป เคารพผู้อาวุโส

ส.2 การสร้างสรรค์สมมติฐาน

2.วางโครงเรื่อง เขียนบอร์ดภาพนิ่ง
         
1.โดยระบุความสำคัญต่างๆ ในแต่ละฉาก การแสดงภาพ แสง สี เสียง จังหวะ ตามหลักการเขียนบอร์ดภาพนิ่ง

 2.นำบอร์ดภาพนิ่งไปสร้างเป็นภาพกราฟิกตามที่ได้เขียนเอาไว้ในโปรแกรม Illustrator เพื่อที่จะนำไปสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหว

   
3.นำภาพกราฟิกที่ได้นำเข้าโปรแกรม Adobe After Effects แล้วจัดเรียงตามลำดับเป็นชั้นๆ ตามเวลาที่เขียนในบอร์ดภาพนิ่ง วิธีการคือนำมาเข้า ภาพกราฟิก เสียงประกอบ เพลงประกอบ ไว้ที่โปรเจค สร้างหน้า Composition ที่ใช้ในการทำงาน นำไฟล์ที่ได้มาเรียงกันเป็นชั้นๆ โดยใช้ Key Frame เป็นตัวกำหนดระยะเวลา ตกแต่งภาพและเสียงให้ออกมาตามบอร์ดภาพนิ่งที่กำหนดเอาไว้ หลังจากนั้น Render เพื่อให้ ออกมาเป็นไฟล์ ภาพเคลื่อนไหว สามารถนำไปเผยแพร่ได้ต่อไป


ส.3 การสรุปผล

Friday, February 13, 2015

สรุปผลการเรียนรู้ของวันที่ 6 และ 13 กุมภาพันธ์ 2558

ขั้นตอนการสร้างงานอนิเมชัน

ขั้นตอนการผลิตงานสำหรับทำการ์ตูนแอนิเมชันโดยทั่วไปแล้วมีพื้นฐานดังต่อไปนี้

ไอเดีย ( Idea ) หรือบางคนอาจใช้คำว่า แรงบันดาลใจ ( Inspiration )

ซึ่งจะเป็น สิ่งแรกที่เราสร้างสรรค์จินตนาการและ ความคิด ของเราว่าผู้ชมของเราควรเป็นใคร อะไรที่เรา ต้องการ ให้ผู้ชมทราบ ภายหลัง จากที่ชมไปแล้ว ควรให้เรื่องที่เราสร้า ออกมา เป็นสไตล์ไหน ซึ่งอาจจะมาจาก ประสบการณ์ ที่เราได้อ่านได้พบเห็น และสิ่งต่างๆ รอบตัว เป็นต้น

โครงเรื่อง ( Story ) โครงเรื่องจะประกอบไปด้วยการเล่าเรื่องที่บอกถึงเนื้อหาเรื่องราวทุกอย่างในภาพยนตร์ทั้งตัวละคร ลำดับเหตุการณ์ ฉาก แนวคิด และที่สำคัญเราควรพิจารณาว่าการเล่าเรื่องควรจะมีการหักมุมมากน้อยเพียงไร สามารถ สร้างความ บันเทิงได้หรือไม่ และความน่าสนใจนี้สามารถทำให้ผู้ชมรู้สึกประทับใจ จนสามารถระลึกในความทรงจำ และทำให้คนพูดถึง ตราบนานเท่านานหรือเปล่า
สคริปต์ ( Script ) เป็นขั้นตอนในการจับใจความสำคัญของเนื้อเรื่องให้ออกมาในแต่ละฉาก พร้อมทั้งกำหนดมุมกล้อง เทคนิคพิเศษ รวมถึงระยะเวลาของการเคลื่อนไหว โดยให้รายละเอียดต่างๆเช่น ผู้จัดทำ เสียงดนตรี ( Musidcians ) เสียงประกอบ ( Sound Effects ) จิตกรในการวาดหรือนักออกแบบตัวละคร ( Artists ) และแอนิเมเตอร์ ( Animators ) สร้างภาพให้กับตัวละคร

( Characters Design ) ขั้นตอนนี้เป็นการออกแบบและกำหนดลักษณะนิสัย บุคลิกบทบาทต่างๆ และท่าทางการเคลื่อนไหว ให้กับตัวละคร โดยอาศัยองค์ประกอบพื้นฐานของการออกแบบ ได้แก่ ขนาด ( Size ) รูปทรง ( Shape ) และสัดส่วน

( Proportion )บอร์ดภาพนิ่ง หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า สตอรีบอร์ด ( Storyboards ) เป็นการใช้ภาพในการเล่าเรื่องให้ได้ครบถ้วน ทั้งเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นอารมณ์ในเหตุการณ์นั้นๆสีหน้า ท่าทาง ลักษณะต่างๆของตัวละครบอกถึงสถานที่ และมุมมองของภาพ ซึ่งภาพวาดทั้งหมด จะเรียงต่อเนื่องเป็นเหตุผลกัน เมื่อดูแล้วสามารถเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน
บันทึกเสียง ( Sound Recording ) หลังจากที่เราได้ออกแบบตัวละครและสร้างสตอรีบอรด์เรียบร้อยแล้ว เราก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการอัดเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างยิ่ง บางสตูดิโออาจจะเริ่มต้นด้วยการอัดเสียง Soundtrack ก่อน ซึ่งการอัดเสียงประกอบแอนิเมชันจะแยกออกเป็นประเภทของเสียงโดยหลักแล้วจะมีดังนี้คือ

- เสียงบรรยาย ( Narration ) เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจ เป็นการปูพื้นฐานให้กับผู้ชมว่าเรื่องเป็นอย่างไร และยังเป็นการเชื่อมโยงให้เรื่องราวติดต่อกันด้วย
- บทสนทนา ( Dialogue ) เป็นหลักการหนึ่งในการสื่อเรื่องราวตามบทบาทของตัวละคร เป็นการสื่อความหมายให้ตรง ตามเนื้อเรื่องที่สั้น กระชับ และสัมพันธ์กับภาพ
- เสียงประกอบ ( Sound Effects ) เป็นเสียงที่นอกเหนือจากบรรยาย เสียงสนทนา เสียงประกอบจะทำให้เกิดรู้สึก สมจริงสมจัง มีจินตนาการเช่น เสียงระเบิด เสียงฟ้าร้อง เป็นต้น ราวกับได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์หรือสถานที่นั้นด้วย
- ดนตรีประกอบ ( Music ) ช่วยสร้างอารมณ์ของผู้ชมให้คล้อยตามเนื้อหาและปรับอารมณ์ของผู้ชมระหว่างการเชื่อมต่อของฉากหนึ่งไปยังอีกฉากหนึ่งได้ด้วย
           ตรวจความเรียบร้อยของแอนิเมชั่น ( Animatic Checking ) Animatic คือการนำภาพที่วาดโดยช่างศิลป์ตามแนวคิด สร้างสรรค์มาประกอบกันเข้าเป็นเรื่องราวพร้อมเสียง ประโยชน์ของการทำ Animatic คือเวลานำเสนองานงานแอนิเมชั่นเบื้องต้น จะไม่หยาบเกินไปสามารถสื่อแนวคิดหลักใหญ่ๆ ช่วยให้นักสร้างสรรค์สามารถทบทวนแนวความคิดก่อนที่จะผลิตเป็น ภาพยนตร์ทบทวนกรอบเวลา การดำเนินเรื่องราวเหตุผลที่สามารถอธิบายได้อย่างต่อเนื่อง สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมภาพหรือ ตัดเข้าสู่ฉากอื่นได้ทันที เพื่อให้ได้งานที่มีอารมณ์จังหวะ และองค์ประกอบที่ใกล้เคียงก่อนการทำแอนิเมชั่น
ปรับแต่งชิ้นงาน ( Refining the Animation ) หลังจากที่เราได้ทำ Animatic แล้วจะต้องนำไปปรับปรุงและ ตกแต่งแก้ไขสตอรีบอร์ด และขั้นตอนอื่นๆ โดยละเอียด เช่น ลักษณะงานศิลป์ ( Character Art ) ฉากหลัง ( Background ) เสียง

( Sound ) เวลา ( Timeing ) และส่วนประกอบอื่นๆจนกระทั่งเข้าสู่การผลิตงานแอนิเมชั่นต่อไป โดยการวาดเส้นด้วยคอมพิวเตอร์ การลงสีฉากและตัวละคร ภาพประกอบและเสียงต่อไป ( Composting )ซึ่งในอดีตการปรับเปลี่ยนแผนงานการทำ ภาพยนตร์การ์ตูน มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ในปัจจุบันนี้ได้นำระบบดิจิตอลคือคอมพิวเตอร์นั่นเองเข้ามาช่วยในการสร้างงานแอนิเมชั่นทำให้ประหยัด ค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

ที่มา : http://www.kanlayanee.ac.th/animation/web/procrss.htm

Story Board บอร์ดภาพนิ่ง

ประกอบด้วย

- มุมกล้อง

- ขนาดภาพ

- เวลาที่ใช้ในช็อต

- เสียงภาพหรือเสียงประกอบพิเศษ

- คำอธิบายประกอบภาพเคลื่อนไหว

มุมกล้อง (Camera Angles)

1. มุมสายตานก (Bird’s-eye view)
2. มุมสูง (High-angle shot)
3. มุมระดับสายตา (Eye-level shot)
4. มุมต่ำ (Low-angle shot)
5. มุมสายตาหนอน (Worm’s-eye view)
6. มุมเอียง (Oblique angle shot)
การเคลื่อนกล้องกับการสื่อความหมาย
Pan การเคลื่องกล้องในแนวระนาบ
Tilt การเคลื่องกล้องในแนวตั้ง
Dolly Shot หรือ Tracking Shot กล้องอยู่บยยานพาหนะเคลลื่อนที่ในแนวราบ
Hand-held Shot คล้ายกับ ดอลลี่ แต่ไม่นุ่มนวลเท่าให้ความรู้สึกสั่นไหว หรือ กระตุก
Crane Shot การเคลื่อนกล้องระดับพื้นดิน โดยที่ตัวกล้องติดอยู่บนปั้นจั่น


ขนาดภาพ


1. ภาพระยะไกลมากหรือระยะไกลสุด (Extreme Long Shot / ELS)


2. ภาพระยะไกล (Long Shot /LS)


3. ภาพระยะไกลปานกลาง (Medium Long Shot / MLS)


4. ภาพระยะปานกลาง (Medium Shot /MS)


5. ภาพระยะใกล้ปานกลาง (Medium Close-Up / MCU)


6. ภาพระยะใกล้ (Close-Up / CU)


7. ภาพระยะใกล้มาก (Extreme Close-Up /ECU หรือ XCU)
ที่มา : http://www.moralmedias.net/index.php?option=com_content&task=view&id=34&Itemid=39

-เสียงบรรยาย
-บทสนทนา
-เสียงประกอบ
-ดนตรีประกอบ

Monday, January 26, 2015

Decode Animation

                                                  ที่มา : ดนุนัย พลศรี , 2558

สรุปผลการศึกษาครั้งที่ 2 (23 มกราคม 2558)

ประวัติความเป็นมาของแอนิเมชั่น

        ความเป็นมา เริ่มจาก ภาพวาดยุคหินที่ผนังถ้ำ อัลตามิร่าที่สเปน ที่สร้างมากว่า 5000ปี
งานแอนิเมชั่นที่แท้จริง เริ่มกำหนดเมื่อได้มีการประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพและเครื่องฉายภาพ
 ค.ศ. 1906 ผลงานแอนิเมชั่นเรื่องแรก ถูกสร้างจาก เจมส์ สจ๊วต แบล็คตอน (James Stuart Blackton) เรื่อง  "Humorous Phases of Funny Face" 

          ค.ศ. 1915 เอิล เฮิร์ด (Earl Hurd) ได้ผลิตแผ่นฟิล์มโปร่งแสงบางๆ ลักษณะคล้ายแผ่นพลาสติกใส เรียกว่า เซล (Celluroid) ค.ศ. 1928 วอลท์ ดิสนีย์ ได้สร้างการ์ตูนขึ้นมาตัวแรก คือ "Mickey Mouse" ค.ศ. 1937 และการ์ตูนยาวเรื่องแรกคือ "Snow White"


ความหมายแอนิเมชั่น
        "เป็นการสร้างภาพให้เคลื่อนไหว นำภาพนิ่งหลายๆ ภาพมาฉายต่อเนื่องจนเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวขึ้นหรืออาจขยับภาพทีละนิดแล้วบันทึกด้วยกล้องไปเรื่อยๆและเมื่อเรานำภาพมาเรียงร้อยต่อด้วยกัน ก็จะทำให้เห็นว่า ภาพนั้นกำลังเคลื่อนไหว"

ประเภทแอนิเมชั่น
1. แอนิเมชั่นดั้งเดิม Hand Drawn 2D Animation
 ชนิดเต็มรูปแบบ เช่น Spirited Away
 ชนิดแบบลดทอนรายละเอียด เช่น ชินจัง

2. Stop Motion Animation
 แบบที่ใช้วัตถุ เช่น เรื่อง The Nightmare Before Christmas
 Clay Animation แบบดินเหนียวหรือดินน้ำมัน เช่น Chicken Run

3. สร้างจากคอมพิวเตอร์ 
 2มิติ และ 3มิติ

งานชิ้นที่ 1 Decode Animation

Code แปลว่า การเข้ารหัส
Decode แปลว่า การถอดรหัส
ให้เลือกการ์ตูน 1 เรื่อง ความยาวไม่เกิน 30 นาที วิเคราะห์งาน Size A4 มีรูปประกอบทำเป็นไฟล์งาน เสร็จแล้วโพสต์ลง Blogger และ ART CRU โดยมีหัวข้อดังนี้

1. ประเภทแอนิเมชั่น
2. ลักษณะการสร้างสรรค์งาน
3. เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร
4. ตัวละครมีบุคลิกเด่นอย่างไร ยกตัวอย่างมา 1 ตัวละคร
เขียนชื่อ - นามสกุล กลุ่มเรียน ที่มุมขวามือ  นำเสนอหน้าชั้นเรียนในสัปดาห์ต่อไป

สรุปผลการศึกษาครั้งที่ 1 (16 มกราคม 2558)

Pretest ร่วมชมภาพยนตร์อนิเมชั่น  และตอบคำถามตามที่ตนเองเข้าใจ

1.ชื่อเรื่องของภาพเคลื่อนไหว
- "สุสานหิ่งห้อย Grave of the fireflies"
2.อธิบายความหมายของคำว่า Animation
- เป็นสื่อประเภทหนึ่ง มีลักษณะ เป็นไฟล์ข้อมูล ใช้เล่นโปรแกรมกับเครื่องเล่น เป็นภาพเคลื่อนไหว 
3.ภาพเคลื่อนไหวที่พึ่งดูจบไปเป็น Animation ประเภทใด
- เป็นอนิเมชัน การ์ตูน 2 มิติ
4.ส่วนประกอบสำคัญของภาพเคลื่อนไหว
สิ่งที่สื่แแสดงออกมา เช่น บรรยากาศ อารมณ์ จังหวะ
5.อธิบาย ขั้นตอนการผลิตภาพเคลื่อนไหว เรื่องนี้เป้นข้อๆ
- 5.1 กำหนดโครงเรื่อง ค้นหาข้อมูล เขียนสตอรี่บอร์ด กำหนดสิ่งต่างๆ ในเรื่องเช่น ตัวละคร รูปพรรณสันฐานนิสัยใจคอ เป็นต้น
   5.2 ออกแบบและสร้างภาพจาก สตอรี่บอร์ด ทั้งฉาก พื้นหลัง โดยวาดซ้อนกันเป็นลำดับ ให้เกิดการเคลื่อนไหว โดยอิง ทฤษฎีศิลปะ เช่นสี แสงเงา ระยะของภาพ มิติภาพ
   5.3 นำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อ จัดเรียง ตกแต่ง และตัดต่อ เรียบเรียงให้เป็นเรื่องราว พร้อมเผยแพร่
6.วิเคราะห์บุคลิกตัวละคร ในภาพเคลื่อนไหวมา 2 ตัว (ชื่อ บุคลิกภาพ หรือ นิสัย ที่โดดเด่น)
- พี่ชาย เซตะ เป็นคนรักน้องสาวมาก มองโลกในแง่ดี มีความเป็นเด็ก ทำทุกอย่างเพื่อน้องสาว แต่ก็ยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะทำอะไรได้เต็มที่ 
- น้องสาว เซ็ทสึโกะ เป็นเด็กผู้หญิง อารมณ์ดี มีความสดใส อ่อนต่อโลกและไร้เดียงสา